Diary Mar-Apr 2012

posted on 09 Apr 2012 15:35 by makuba in Life directory Diary
ไม่ได้อัพบล็อกเดือนนิดๆ (ไม่ขอนับเอนทรี่ส่งอีเว้นท์ แบบว่าอัพแล้วจรไรงี้)
 
มานั่งดูบล็อกตัวเอง ก็พบว่าไม่ได้เขียนเรื่องตัวเอง ชีวิตตัวเองนานแล้วเหมือนกัน ขอสรุปไดอารี่เดือนมีนา-ต้นเมษาเลยละกัน (เดือนก.พ.ลืมทุกสิ่งอย่าง)
 
ปล.เอนทรี่นี้ครบรสมาก การศึกษา กีฬา อาหาร ใครอยากศึกษาการเรียนการสอนระบบอินเตอร์เลื่อนไปท้ายๆเลยฮะ
 
เดือนมีนาใส่เหล็กดัดฟันฮะ เป็นโมเม้นท์ที่ทรมานที่สุดในชีวิตอ่ะ ยิ่งกว่าเย็บแผลที่ขา ผ่าตัดตา ค่ายลูกเสือตอนป.6 พอใส่แรกๆร่าเริงฮะ เด็กซ่า อู้ยยย ไม่เจ็บเล๊ยคู้นนน เพราะตกดึกเท่านั้นแหละ ปวดน้ำตาร่วง กินยาพารา ประคบน้ำแข็ง เคี้ยวอะไรก็ไม่ได้ ทรมาณอยู่สองอาทิตย์ เวลากินอะไรที่อยากกินไม่ได้นี่มันน่าหงุดหงิดใจมากนะ ช่วงนั้นผอมมาก นน.ลดไป 2 โล ตอนนี้ขึ้นใหม่อีกแล้ว - -" พอกินได้ก็กินแหลก ซัดกระจุย แต่เคี้ยวอะไรแข็งมากๆไม่ค่อยได้นะ พวกน้ำแข็ง มะม่วงไม่สุก มะม่วงเขียวเสวยไรเงี้ย วันนี้อยากซ่า เคี้ยวน้ำแข็ง (เป็นคนชอบเคี้ยวน้ำแข็งมากๆ) กรึบ! ลวดดัดช่วงที่ติดกับวงแหวนเบี้ยวออกเป็นวงเล็กๆเลยฮะ -.-" เวรกรรมสุดๆ
 
ช่วงนี้ปีร้ายสุดๆ ของหายเยอะมาก หายแบบนอน สต๊อป และเจ็บตัวบ่อยมาก เดือนมีนาที่ผ่านมาเจ็บตัว ป่วย สามครั้งด้วยกัน
 
1. เอาคุกกี้ชิ้นนึงอุ่นเข้าเตาอบ แต่ด้วยความโง่ของเรา ขี้เกียจใช้ที่คีบ ม้นเลยให้รางวัลเราเป็นแผลพอง =_= 
 
2.เล่นไอซ์สเกต แล้วลานลื่นมาก หกล้ม ช่วงนี้กำลังเรียนไอซ์สเกตอยู่คะ แรกๆเพื่อนชวนไปเล่นที่สยามดิส ติดใจ เลยเรียนดู เสร็จปั๊ป ลานมันลื่นมาก แพร่ด หกล้ม คนเต็มลาน
 
3.เป็นไข้ 39 องศา ช่วงนี้บ้านเมืองไทยร้อนขี้แตก แหกทุกประเทศจริงๆ ร้อนแดดผ่างๆ จะตายกันอยู่แล้วคุณเอ้ย ผลคือเป็นไข้ หนาวๆๆ คนเป็นไข้ แนะนำให้ไปเสียเหงื่อคะ ได้ผลดีจริงๆ หายแบบเด็ดขาด เพราะตอนนั้นเป็นไข้อยู่ แล้วอยู่ๆอารมณ์ไหนไม่รู้ เป็นเด็กเนิร์ด ฝืนตัวไปเรียนญี่ปุ่นที่สยาม (เวลาป่วยชอบขยัน) พอขากลับ นั่ง BTS ไปลงศาลาแดง จะต่อ MRT ไปลุมพินี ชิท นั่งผิดสาย! (จำสับสนกับวันอังคารที่นั่งมาจากพระรามเก้าลงลุมพินี ต้องนั่งสายหัวลำโพง แต่ถ้าสีลมไปลุมพินีต้องนั่งสายบางซื้อ เราดันจำผิดกระโดดขึ้นขบวนหัวลำโพงนั่งไปสามย่านซะงั้น) พอรู้ตัวละ ว่าเห้ย นั่งผิดสาย ก็พุ่งออกจากรถไฟ ตอนถึงสถานีสามย่าน วิ่งปรู๊ดขึ้น แล้วลงไปตรงสายบางซื่อ เสียเหงื่อมาก หลังจากนั้นอาการไข้หายวับ
 
วันที่ 6 เมษาที่ผ่านมาวันเกิดฮะ เป็นวันปิดเทอมพอดี (รร.อินเตอร์ไม่หยุด เค้าหยุดแค่วันใหญ่ๆ เช่นวันพ่อ นอกนั้นไม่มี) แม่ก็ซื้อเค้ก พิซซงพิซซ่า ฉลอง (ของขวัญได้ก่อนหน้านั้นแล้ว แม่ไปญี่ปุ่น ทิ้งลูกอยู่บ้าน เลยซื้อขนมมาเยอะมากกกกก กับกล้องโพลารอยด์ แล้วก็กระเป๋า Bao Bao สีขาวสวยมากกกกกกของ Issey Miyake) ส่วนท่านพ่อที่พึ่งกลับจาก พาไปเลี้ยงที่ RR&B Steak house ที่โรงแรมแลนด์มาร์ค ชั้น31 มา อู้ยยย ไฮโซ ไฮซ้อมากกกก อาหารก็สเต็กปลา ล็อบสเตอร์ วิวดี เช็กบิลออกมา 5900นิดๆ (ราคาลด 50%แล้วและกินกันสามคน) ฉลองวันเกิดลูกไ ด้เว่อร์สุดๆอ่ะ แต่บริการกับอาหารก็อร่อยดีจริงๆ จะไปทานอีกฮะ :3
 
 
 
 
 
 

ปิดเทอมนี้เป็นแค่ปิดเทอมสั้นๆ สองสัปดาห์ ให้นักเรียนได้หยุดพักหายใจมั้ง ก่อนจะเริ่มเทอมสาม ที่มีสอบ End Of Year ปิดชะตา Year8 ก่อนจะขึ้นเยียร์เก้า ดังนั้นจึงขอตั้งทาร์เก็ตไว้เลย
 
1. ภาษาจีนต้องขี้นห้อง1 ซึ่งเป็นห้องท็อปให้ได้  (มีสี่ห้อง ปัจจุบันอยู่ห้องสอง)
 
2. เลขต้องขึ้นเซ็ท2 ให้ได้ เพราะห้องสองกับห้องหนึ่งจะได้เรียนเลขของ IGCSE ก่อนใครเพื่อน ทำให้เวลาสอบ IGCSE ตอนเยียร์11 สบายกว่า  (ตอนนี้อยู่ Set3 มีทั้งหมด 6 Set)
 
3. พูดภาษาอังกฤษให้ได้เยอะกว่านี้ ไปอยู่รร.อินเตอร์เกือบสองปี พบว่าชีวิตระหว่างรร.จริงๆแล้วพูดอังกฤษน้อยมาก พูดไทยกับเพื่อนไทยซะส่วนใหญ่ เพราะเพื่อนต่างชาติเกาะกลุุ่มกันเอง คนไทยก็อยู่กับคนไทยเอง น้อยมากๆที่จะมีกลุ่มคนไทยปนกับต่างชาติ
 
4. วิทย์ต้องสอบ End of Year ให้ได้มากกว่า 85% Year 9 จะได้อยู่ห้องเซป (ย่อมาจาก Seperate คือเป็นห้องที่เรียน Biology Chemistry Physics แยกกัน เกรดดีกว่า ความรู้แน่นกว่า ถ้าห้องคอร์ก็คือจะเรียนสามอย่างรวมกันกับครูคนเดียว ซึ่งไม่ดีเท่าไหร่ เกรดจะต่ำกว่า) เนื่องจากสอบย่อยวิทย์เลวร้าย 2 ดี 2 สู้ค้าบ
 
ลาจากด้วยหมีริลัคคุมะ ตอนนี้กำลังบ้าไอ้เจ้านี่มาก หมีบ้าอะไรไม่รู้ น่ารักสุโค่ย
 
 
ปล.ตอนนี้เรียนภาษาญี่ปุ่นแล้ว พบว่ายากกว่าภาษาจีนหนึ่งร้อยล้านพันปีแสง
ปล2.ตอนนี้ขอชิวนิดนึง เหนื่อยง่ะ //โดนตบตาย

Comment

Comment:

Tweet

Recommend